Post Views: 6
5
(1)

มรณกรรมของซูเปอร์แมน เมื่อบุรุษเหล็กยังต้องตาย

(เรื่อง / ภาพ : เอกณัฏฐ์ ทุมทอง )

     เมื่อต้องทำบทความของตนเอง สิ่งหนึ่งที่ผุดขึ้นในหัวก็คือ จะเล่าอะไรดี  ประเด็นนี้คงเป็นปัญหาของคนทั่วไป หรือ อาจจะเป็นปัญหาของทุกคนบนโลกเลยก็ได้ว่าเวลาจะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้วจะเริ่มจากตรงไหนดี สิ่งที่ผู้เขียนมองว่าน่าจะดีที่สุด และก็ง่ายที่สุด ก็คือดึงออกมาจากความทรง ประสบการณ์ ความประทับใจ สิ่งที่ทำให้เกิดความเอะใจ ความสงสัย หยิบยกมาเป็นบทความ ดังนั้นวิธีการถ่ายทอดของผู้เขียนที่นำมาใช้ก็คือการมาเล่าสู่กันฟัง ซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของตัวผู้เขียนเอง เนื่องจากลักษณะนิสัยเป็นพวกชอบด้นสด ไม่ค่อยชอบใช้สคริปให้วุ่นวาย ไม่ตีกรอบ ไม่คิดแทนใคร และ ที่สำคัญไม่ยัดเยียดความคิด หรือ เอาตัวเองเป็นบรรทัดฐานทั้งสิ้น เพราะความเชื่อความคิดของแต่ละบุคคลย่อมเกิดจากประสบการณ์ ทัศคติ ลักษณะนิสัย ความชอบ ฯลฯ ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ย่อมเป็นปัจเจกส่วนบุคคล

     อย่างผู้เขียนเองเมื่ออายุมากขึ้น ประสบการณ์เยอะขึ้น เจออะไรมากขึ้น ความคิด ทัศนคติ หรือ ค่านิยมส่วนตัวย่อมเปลี่ยนไปตามด้วย วันนี้เชื่ออย่างนี้ อนาคตก็อาจจะไม่แน่ว่าจะยังเชื่อเช่นนี้หรือเปล่าเมื่อผ่านเวลาไปอีกช่วงหนึ่ง

    พูดถึงงานชิ้นหนึ่งที่ฝังอยู่ในความสนใจ และ สะดุดตาของผู้เขียนตั้งแต่แรกเห็น หากจะไม่พูดถึงงานชิ้นนี้ก็คงเป็นไปไม่ได้ งานชิ้นนี้จะเรียกว่าเหตุบังเอิญก็เป็นไปได้ที่ได้เจอกัน หลังจากการทำงานในวันอันแสนวุ่นวายของการจัดการเตรียมงานก่อนเปิดงานเวนิสเบียนนาเล่ ผู้เขียนก็มีโอกาสได้เดินเข้าไปตามตรอกซอกซอยอันคดเคี้ยวของนครเวนิส หากเป็นนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช่เจ้าถิ่นแล้วนั้น การเดินเข้าตรอกซอกซอยที่ไม่ใช่ทางหลักอาจจะทำให้หลงเอาง่าย เพราะเวนิสในตรอกซอกซอยต่าง จะมีทางเชื่อมหากันทั้งหมด

  

   

 น้อยครั้งที่จะเจอทางตัน นั่นก็หมายความว่าเราสามารถเดินไปได้เรื่อย ตามเส้นทางที่เลาะไปตามอาคาร เลาะไปตามคลอง แล้วก็ข้ามสะพานแล้วสะพานเล่า ซึ่งนั่นก็ไม่ต่างจากเขาวงกตซักเท่าไหร่ในความเห็นของผู้เขียน ซึ่งกว่าจะโผล่มาเส้นทางหลักรู้ตัวอีกทีก็เดินมาไกลมาก จนไม่อยากทีจะเดินกลับที่พักกันเลยทีเดียว แต่ก็อีกนั่นแหละการเดินไปเรื่อย แบบนี้มันทำให้เราได้เห็นอะไรมากมาก ตามตรอกซอกซอย

     ในเวนิสนอกจากจะมีบ้านพัก วิหารคาทอลิกรูปทรงอาคารแบบไบเซนไทน์  ก็มักจะมีร้านอาหารสอดแทรกมาเป็นระยะ ทั้งร้านขายของที่ละลึกที่มีทั้งหน้ากากสำหรับงานคานิวัล เครื่องแก้วมูราโน่ เสื้อผ้า หมวก พวงกุญแจอะไรอีกจิปาถะ และที่สำคัญคือแกลเลอรี่แสดงงานศิลปะสอดแทรกมาให้เห็นตลอด

 

 หลังจากพาท่านผู้อ่านเดินอ้อมซะนานก็วกกลับเข้ามาคุยถึงเรื่องภาพที่ไปเจอในแกลเลอรี่ระหว่างทางนั่นแหละ  แว้บแรกตอนที่เห็นก็ทำให้นึกถึงผลงาน “Pietà” หรือ “Pietas” อ่านออกเสียงตามอิตาเลียนว่าปีเอตะของศิลปินชื่อก้องโลกยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาการ (เรอนาซอง-Renaissance) เรียกว่าศิลปินท่านนี้เป็นอัจฉริยะเลยก็ว่าได้เพราะนอกจากจะเป็นจิตรกร สถาปนิก ก็ยังเป็นประติมากรชื่อดัง ศิลปินท่านนั้นก็คือมีเกลันเจโล ดี โลโดวีโก บูโอนาร์โรตี ซีโมนีหรือที่คนไทยคุ้นเคยและนิยมเรียกกันก็คือมีเกลันเจโลหรือไมเคิลแองเจโล นั้นเอง

 

 

     ปีเอตะ เป็นผลงานประติมากรรมหินอ่อนที่ ไมเคิลแองเจลโล สลักไว้เป็นรูปพระแม่มารีย์ประทับบนแท่นหิน ขณะที่รองรับพระศพของพระบุตร (พระเยซู) ไว้บนตัก ปีเอตะได้รับการสร้างจากหินอ่อนบริสุทธิ์  สูง 5 ฟุต 9 นิ้ว โดย ไมเคิลแองเจลโล ได้รับการว่าจ้างจากสำนักวาติกันแห่งกรุงโรม เพื่อนำไปประดิษฐานที่ มหาวิหารนักบุญเปรโตร หรือ โบสถ์เซ็นต์ปีเตอร์ นั่นเอง (Basilica of Saint Peter) 

     ซูเปอร์แมนคงเป็นฮีโร่ของใครหลาย คน เพราะถือว่าเป็นยอดมนุษย์ เหาะได้ มีพละกำลังมหาศาล มีความเร็วเหนือใคร มีตาที่สามารถปล่อยแสงได้ สามารถสแกนผ่านสิ่งกีดขวางได้   ดังนั้นซูเปอร์แมนจึงเป็นความหวังของใครหลาย คนที่คาดหวังกับตัวซูเปอร์ฮีโร่คนนี้เหมือนกับเขานั้นเป็นอมตะกันเลยทีเดียว หากใครเคยเป็นแฟนตัวยงของคอมิกส์เรื่องซูเปอร์แมนเราจะรู้ว่าซูเปอร์แมนมันจะมีโมเม้นท์ที่แตกต่างกับภาพลักษณ์ที่เห็นภายนอก ภายในเขาก็คือมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึกเช่นปุถุชนทั่วไป แม้ร่างกายภายนอกแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ แต่ความรู้สึกข้างในกลับอ่อนแอมากมายเกินกว่าใครจะเข้าใจ แต่ด้วยภาระความรับผิดชอบจึงสร้างภาพให้ปรากฏออกมาว่าเป็นคนที่เข็มแข็ง ในเรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงเพลงSuperman (It’s Not Easy)” ของวง Five for Fighting ขึ้นมาโดยทันที

   

   

      วาระสุดท้ายของซูเปอร์แมนนั้นถูกจัดการโดยตัวร้ายที่ชื่อว่าDoomsdayแต่การเสียสละจนมาสู่มรณกรรมของซูเปอร์แมนก็เป็นอะไรที่บ่งบอกว่าภาระของคน หนึ่งที่มีให้กับความรับผิดชอบ ความคาดหวัง การเสียสละตัวเองเพื่อส่วนรวมก็ควรค่าแก่การสรรเสริญไม่ต่างจากศาสดาองค์หนึ่งเลยทีเดียว.

Writer & Photographer

Eknat Thumthong

Artist , Owner Art The Series : The Tarot Reader

Subscribe to iMArt Gallery newsletter

Artist's Certificate

Free Shipping For Thailand

Worldwide Shipping

  • ABOUT US

  • FAQ

FOR ARTISTS 

  • HOW TO JOIN iMArt GALLERY?

SOCIAL MEDIA

  • CONTACT

iMArt Gallery 

400/29 Moo 6  T.Rimkok

A. Mueng  ChiangRai,  57100

Tell : (+66) 082-6982895

email : galleryimart@gmail.com

How useful was this post?

Click on a star to rate it!

Average rating 5 / 5. Vote count: 1

No votes so far! Be the first to rate this post.

บทความแนะนำ: